Tuesday, December 12, 2006

ระบบ GPS

ระบบ GPS เป็นระบบหาที่เรือที่มีผู้ใช้มากที่สุดในปัจจุบัน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้สัญญาณ C/A CODE ซึ่งไม่มีมาตรการป้องกันการรบกวนสัญญาณ (ANTI-SPOOFING) เนื่องจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เป็นผู้ควบคุมระบบ GPS เพื่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายประเทศที่พยายามจะสร้างระบบหาที่เรือด้วยดาวเทียมของตนเองเพื่อทดแทนระบบ GPS หรือเพื่อเสริมความถูกต้องแม่นยำให้กับระบบ GPS สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ระบบหาที่เรือด้วยดาวเทียมที่เป็นคู่แข่งของระบบ GPS คือระบบ GLONASS หรือระบบ GLOBAL NAVIGATION SATELLITE SYSTEM ของอดีตสหภาพโซเวียต หรือรัสเซียในปัจจุบัน ระบบ GLONASS ถูกออกแบบในช่วงสงครามเย็นเพื่อทดแทนระบบ GPS ของสหรัฐอเมริกา โดยระบบ GLONASS มีความคล้ายคลึงกับระบบ GPS หลายประการ ทั้งทางด้านส่วนประกอบของระบบและหลักการทำงาน กล่าวคือระบบ GLONASS ประกอบด้วยดาวเทียม ๒๔ ดวง สถานี ภาคพื้นดินสำหรับติดตามและควบคุมดาวเทียมในวงโคจร และเครื่องรับสัญญาณและคำนวณหาตำบลที่ ระบบ GLONASS ใช้หลักการ TIMING AND RANGING เพื่อคำนวณหาตำบลที่ โดยให้บริการตำบลที่แบบปกติ (STANDARD PRECISION – SP) ด้วยความถี่ L1 และบริการตำบลที่แบบละเอียด (HIGH PRECISION – HP) ด้วยความถี่ L1 และ L2 เช่นเดียวกับระบบ GPS
ด้วยเหตุที่ทั้งระบบ GPS ของสหรัฐอเมริกา และระบบ GLONASS ของรัสเซียถูกควบคุมโดยหน่วยงานเพื่อความมั่นคง ดังนั้นการให้บริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอาจถูกระงับหรือลด ความเที่ยงตรงในยามสงคราม สหภาพยุโรป (EUROPEAN UNION) จึงได้พยายามพัฒนาระบบ หาตำบลที่ด้วยดาวเทียมของตนเองขึ้น โดยระบบดังกล่าวจะเป็นระบบหาตำบลที่ด้วยดาวเทียม ระบบแรกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผู้ใช้ทั่วไปเป็นหลัก และไม่ถูกควบคุมด้วยหน่วยงานเพื่อความมั่นคง โครงการระบบหาตำบลที่ด้วยดาวเทียมของยุโรป เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปกับองค์การอวกาศยุโรป (EUROPEAN SPACE AGENCY) โครงการนี้แบ่งออกเป็นสองช่วง ในช่วงแรกเป็นโครงการระบบ ดาวเทียมแบบวงโคจรคงที่ (GEOSTATIONARY ORBIT SATELLITE) เพื่อเสริมความถูกต้องแม่นยำให้กับระบบ GPS และระบบ GLONASS เรียกว่าระบบ EGNOS (EUROPEAN GEOSTATIONARY NAVIGATION OVERLAY SYSTEM) ระบบ EGNOS ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ ๑๙๘๐ และจะเริ่มเปิดให้บริการในปี ค.ศ.๒๐๐๔ (พ.ศ.๒๕๔๗) ส่วนประกอบสำคัญของระบบ ประกอบด้วยดาวเทียมวงโคจรคงที่ ๓ ดวง ให้พื้นที่ครอบคลุมทวีปยุโรป แอฟริกา มหาสมุทร แอตแลนติก และบริเวณใกล้เคียง โดยระบบ EGNOS ใช้ดาวเทียม ARTEMIS ขององค์การอวกาศ ยุโรป ร่วมกับดาวเทียม INMARSAT-3 อีก๒ ดวง ทำหน้าที่ส่งต่อ (RELAY) สัญญาณเวลาจากนาฬิกาอะตอม และสัญญาณค่าความน่าเชื่อถือของระบบ GPS จากสถานีภาคพื้น ซึ่งสามารถให้ค่าตำบลที่ที่มีค่าความถูกต้องถึง ๕ เมตร
ช่วงที่สองของโครงการคือการสร้างระบบหาตำบลที่ด้วยดาวเทียมของยุโรป หรือระบบ GALILEO โดยสหภาพยุโรปได้ประกาศเริ่มต้นโครงการระบบ GALILEO อย่างเป็นทางการเมื่อ ปี ค.ศ.๑๙๙๙ (พ.ศ.๒๕๔๕) และมีกำหนดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในปี ค.ศ.๒๐๐๕ (พ.ศ.๒๕๔๙) ระบบ GALILEO ประกอบด้วยดาวเทียม ๓๐ ดวง สถานีติดตามและควบคุมภาคพื้นดิน และ เครื่องรับสัญญาณและคำนวณหาตำบลที่ ซึ่งสามารถรับสัญญาณจากดาวเทียม GPS และ GLONASS ได้ด้วย ระบบ GALILEO ยังเป็นอีกขั้นหนึ่งของการรวมระบบหาตำบลที่ต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นระบบ GNSS (GLOBAL NAVIGATION SATELLITE SYSTEM) ซึ่งการรวมดาวเทียมหาตำบลที่ทั้งหมดเข้าเป็นระบบเดียวจะทำให้เครื่องรับสัญญาณสามารถใช้ดาวเทียมจำนวนมากกว่าเดิมในการคำนวณหาตำบลที่ ซึ่งจะให้ค่าตำบลที่ที่มีความถูกต้องแม่นยำมากกว่าการใช้ระบบใดระบบหนึ่งเพียงลำพัง
ระบบแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาระบบหาตำบลที่ด้วยดาวเทียมทำให้นักเดินเรือสามารถทราบตำบลที่ของเรือในทะเลเปิดห่างฝั่งได้อย่างถูกต้องแม่นยำและต่อเนื่องเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นแล้วความก้าวหน้าของระบบคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ทำให้การรับส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ และการแสดงภาพสถานการณ์เป็นไปได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบ การรวบรวมข้อมูลจากระบบตรวจจับและอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ (INTEGRATED BRIDGE SYSTEM) มีความเป็นไปได้ในปัจจุบัน ตลอดจนการนำข้อมูลต่างๆ ในแผนที่เดินเรือมา สร้างเป็นฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ สามารถกระทำได้อย่างปลอดภัยเทียบเท่ากับการสร้างแผนที่กระดาษแบบเดิม จึงได้มีหน่วยงานของรัฐบาลและบริษัท เอกชนในหลายๆ ประเทศ หันมาเริ่มพัฒนาระบบแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแสดงที่เรือและ ข้อมูลประกอบอื่นๆ บนแผนที่ได้ตลอดเวลา
ระบบแผนที่อิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือระบบ ECS (ELECTRONIC CHARTING SYSTEM) กับระบบ ECDIS (ELECTRONIC CHART DISPLAY AND INFORMATION SYSTEM) โดยระบบทั้งสองมีความคล้ายกันคือการแสดงข้อมูลต่างๆ บนแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ แต่ต่างกันตรงที่ระบบ ECDIS มีมาตรฐานรับรองแน่นอนจากองค์การ ระหว่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับในทางกฎหมายว่าสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยเทียบเท่า การใช้แผนที่กระดาษกับการหาที่เรือแบบเดิม ในขณะที่ระบบ ECS ไม่ได้ผ่านการรับรอง และจำเป็นต้องใช้ร่วมกับแผนที่กระดาษจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ดีการที่ระบบ ECS ไม่ได้ผ่าน การรับรองไม่ได้หมายความว่าระบบ ECS ด้อยกว่าระบบ ECDIS เสมอไป ในปัจจุบันมีระบบ ECS หลายระบบที่มีขีดความสามารถใกล้เคียงหรือเทียบเท่าระบบ ECDIS
ส่วนประกอบหลักของระบบ แผนที่อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ในรูปของฐานข้อมูลหรือไฟล์คอมพิวเตอร์ จอแสดงผล และเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผลข้อมูลจากไฟล์แผนที่อิเล็กทรอนิกส์และทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในเรือ เช่นระบบหาที่เรือด้วยดาวเทียม เข็มทิศไยโร เรดาร์ และเครื่องหยั่งน้ำ เป็นต้น โดยแผนที่อิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท ตามลักษณะการนำข้อมูลมาสร้างไฟล์คอมพิวเตอร์ ได้แก่แผนที่ RASTER และแผนที่ VECTOR
แผนที่ RASTER คือการแสกนแผนที่กระดาษลงบนคอมพิวเตอร์ หรือการสร้างแผนที่เป็นไฟล์ภาพ และใส่พิกัดตำบลที่ลงบนไฟล์แผนที่นั้น วัตถุและเส้นต่างๆ บนแผนที่ RASTER จะถูกแสดงด้วยจุดสีที่เรียกว่า PIXEL แผนที่แบบนี้สามารถสร้างได้ง่าย และมีราคาถูก นอกจากนี้การใช้สีและสัญลักษณ์ต่างๆ เหมือนกับแผนที่กระดาษ ทำให้อ่านง่าย แต่แผนที่ RASTER ให้ข้อมูลได้ไม่ละเอียดเท่าแผนที่ VECTOR และไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับวัตถุและสัญลักษณ์ต่างๆ บนแผนที่เนื่องจากวัตถุและสัญลักษณ์เหล่านั้นเป็นเพียงจุดสีที่ประกอบขึ้นมาเป็นภาพ
ส่วนแผนที่ VECTOR คือฐานข้อมูลที่ประกอบด้วยพิกัดตำบลที่ พร้อมทั้งข้อมูลรายละเอียดของวัตถุและพื้นที่ต่างๆ บนแผนที่นั้น โดยข้อมูลในแผนที่ถูกจัดเป็นชั้น (LAYER) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกแสดงหรือไม่แสดงชั้นที่ต้องการได้ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุต่างๆ บนแผนที่ได้ แผนที่แบบ VECTOR ให้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าแผนที่ RASTER และเนื่องจาก ข้อมูลต่างๆ ถูกบรรจุอยู่ในฐานข้อมูล การขยายขนาดแผนที่จึงทำให้เห็นรายละเอียดข้อมูลมากขึ้น ต่างจากแผนที่ RASTER ที่เป็นไฟล์ภาพ แต่การสร้างแผนที่ VECTOR มีความยุ่งยากและมีราคา แพงกว่า ทำให้แผนที่ RASTER ยังคงเป็นที่แพร่หลายอยู่
ในปัจจุบันได้มีผู้ผลิตแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ออกมาหลายรูปแบบ ทั้งแบบ RASTER และ VECTOR องค์การอุทกศาสตร์สากล (INTERNATIONAL HYDROGRAPHIC OFFICE - IHO) จึงได้กำหนดมาตรฐานควบคุมแผนที่อิเล็กทรอนิกส์แบบ VECTOR สำหรับใช้กับระบบ ECDIS โดยแผนที่แบบนี้เรียกว่าแผนที่ ENC หรือ ELECTRONIC NAVIGATION CHART และองค์การกิจการทางทะเลระหว่างประเทศ (INTERNATIONAL MARITIME ORGANIZATION – IMO) ได้กำหนดมาตรฐานควบคุมระบบ ECDIS โดยรวม เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยเทียบเท่าการใช้แผนที่กระดาษตามสนธิสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยของชีวิตในทะเล (SAFETY OF LIFE AT SEA CONVENTION – SOLAS CONVENTION)

ความรู้ทั่วไปของ GPS

1. GPS คืออะไร ?GPS (Global Positioning System) คือระบบดาวเทียมจากดาวเทียม 24 ดวง ของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่ใช้เพื่อช่วยในการหาตำแหน่งหรือค่าพิกัดทั่วโลก เราสามารถใช้สัญญาณนี้ได้เมื่อมีเครื่องรับสัญญาณ GPS แต่การใช้สัญญาณนั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งเราจะนำค่าพิกัดที่ได้จากการรับสัญญาณไปทำการประมวลผล และวิเคราะห์ต่อไปตามประเภทของงานที่ต้องการ


2. ทำไมต้องใช้ GPS ?ประโยชน์จากการใช้สัญญาณ GPS นั้นมีมากมาย เช่น เวลาที่ใช้น้อยลงกว่าการใช้กล้องสำรวจและความคล่องตัว ในการใช้งาน เนื่องจากตัวเครื่องรับสัญญาณจะมีขนาดเล็กและได้ถูกออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เพื่อลดจำนวนคนที่จะต้องใช้ในการทำงาน ดังนั้นการใช้ GPS จึงช่วยในเรื่องของการประหยัดเวลาและพลังงาน ที่จะต้องใช้ในการเก็บข้อมูลยิ่งขึ้น ที่สำคัญอย่างยิ่งคือข้อมูลที่ได้จาก GPS นั้นจะเป็นแบบ digital ซึ่งสามารถนำไป ทำงานต่อร่วมกับระบบซอฟท์แวร์ภายนอกได้สะดวกยิ่งขึ้น และยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการส่ง - รับข้อมูลด้วย




3. เราใช้ GPS ในงานใดบ้าง ?เราใช้ GPS ในงานที่ต้องการตำแหน่งหรือค่าพิกัด ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะงานสำรวจหรือการทำแผนที่เท่านั้น แต่ยัง สามารถใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น การจัดการหรือติดตามสิ่งของมีค่า (Asset Management) , งานติดตาม ตำแหน่งของยานยนต์หรือสิ่งของ (Fleet Management) , งานทางด้านเกษตรกรรมแบบความถูกต้องสูง (Precise Precision Agriculture) , งานสำรวจขั้นสูง (Survey), งานการทำแผนที่และ ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Mapping & GIS), งานการดูแลและควบคุมพื้นดิน (Monitoring Earth Movement), งานทางด้านการก่อสร้าง (Construction) เป็นต้น


4. เครื่องรับสัญญาณ GPS มีกี่แบบ และราคาต่างกันอย่างไร ? เครื่องรับสัญญาณ GPS มีหลายประเภท แต่สามารถแยกแยะได้พอสังเขปดังนี้ 1. เครื่องรับสัญญาณ ประเภท สองความถี่ (Dual Frequency) ซึ่งสามารถรับสัญญาณ ได้ทั้งสองความถี่คือ L1 และ L2 จะใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดสูงเช่นการสร้างหมุดหลักฐาน เพื่อการทำงาน Geodetic Survey เครื่องนี้จะมีราคาสูงกว่าเครื่องประเภทอื่่น 2. เครื่องรับสัญญาณประเภท ความถี่เดียว (Single Frequency) ซึ่งสามารถรับสัญญาณได้ความถี่เดียวคือ L1 ซึ่งเครื่องแบบนี้สามารถแบ่งย่อยได้อีกดังนี้ - เครื่องที่ใช้ในการนำทาง หรือ นำหน (Navigator) ได้แก่ เครื่อง GPS มือถือต่าง ๆ เช่น Garmin , Magellan, Brunton, MLR และ GPS card ที่สามารถใช้ร่วมกับเครื่อง คอมพิวเตอร์หรือ Pocket PC ได้ ซึ่งจะมีราคาถูกและเหมาะที่จะใช้แบบส่วนตัวไปจนถึงการเก็บ ค่าพิกัดในแบบจุด หรือเส้นทางแบบความละเอียดตำ่ คือประมาณ 10-15 เมตร เครื่องประเภทนี้จะมีราคาถูกที่สุด - เครื่องที่ใช้ในงานการทำแผนที่ (Mapping & GIS) ได้แก่เครื่องที่ใช้ในการรับสัญญาณ แบบ L1 ที่สามารถนำไปปรับแก้ค่าเพื่อให้ได้ความถูกต้องของค่าพิกัดในระดับตำ่กว่า 5 เมตร, ตำ่กว่า 1 เมตร หรือในระดับ เซนติเมตร ได้ เช่น เครื่อง Axis, Pathfinder System, Geo XT/XM, เป็นต้น เครื่องประเภทนี้จะมีราคามากกว่าเครื่อง Navigator แต่ถูกกว่าเครื่องประเภทสองความถี่ 3. GPS Module เพื่อใช้ร่วมกับ Hardware อื่น เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ Pocket PC หรือแม้แต่ โทรศัพท์มือถือ ซึ่ง GPS Module นี้จะไม่สามารถนำไปประมวลผลต่อได้และจะให้ความถูกต้องในระดับ 10-15 เมตร ราคาจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของแต่ละผู้ผลิต 3. GPS Module เพื่อใช้ร่วมกับ Hardware อื่น เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ Pocket PC หรือแม้แต่ โทรศัพท์มือถือ ซึ่ง GPS Module นี้จะไม่สามารถนำไปประมวลผลต่อได้และจะให้ความถูกต้องในระดับ 10-15 เมตร ราคาจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของแต่ละผู้ผลิต



5. ในการใช้สัญญาณ GPS เพื่อหาค่าตำแหน่งนั้น นอกจากเครื่องรับสัญญาณแล้ว ยังต้องใช้อุปกรณ์อื่น เพิ่มหรือไม่ ? จริง ๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความละเอียดที่ต้องการมากกว่า แต่ตามปกติแล้วการใช้สัญญาณ GPS เพื่อให้ได้ค่าพิกัดนั้นไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นในการทำงานร่วม ยกเว้นว่าค่าพิกัดที่ได้จากเครื่องรับสัญญาณไม่ละเอียดพอ ในกรณีนี้ ผู้ใช้ก็สามารถใช้ซอฟท์แวร์ในการประมวลผลหรือใช้สัญญาณปรับแก้ เช่น Beacon หรือ Satellite Differential ได้


6. Beacon คืออะไร ?Beacon คือสัญญาณค่าปรับแก้แบบ Differential ที่ส่งจากการท่าเรือ ที่คลองเตย ซึ่งเมื่อรับแล้วจะช่วยให้ค่าพิกัดที่ได้มี Error น้อยลงและจะได้ความละเอียดที่ดียิ่งขึ้น เครื่องที่จะรับ สัญญาณ Beacon ได้้่แก่ Sokkia Axis/Axis3, Trimble ProXR/XRS, GeoExplorer CE series (ต้องใช้ BoB), GeoExplorer 3/3c (ต้องใช้ BoB)



7. Satellite Differential คืออะไร ?Satellite Differential คือสัญญาณค่าปรับแก้แบบ Differential ที่ส่งมาจากดาวเทียมอื่น เพื่อให้ค่าปรับแก้กับเครื่องรับสัญญาณในกรณีที่ไม่สามารถรับสัญญาณ GPS ได้ดี เช่น ใต้ต้นไม้หรือในสภาพที่ท้องฟ้าปิด เป็นต้น เครื่องที่จะรับสัญญาณ Satellite Differential ได้้่แก่ Sokkia Axis3, Trimble ProXRS, Trimble Power system, Landstar SK8, MKIV โดยการใช้สัญญาณนี้จะมีค่าใช้จ่ายเป็นรายปี ยกเว้น Landstar SK8, MKIV ที่เป็นเครื่องของเจ้าของสัญญาณเอง

มาตราฐาน GPS



รวมเทคโนโลยีและความสวยสะดุดตาของหน้าจอแสดงผลแบบ 16 สี จอขนาดใหญ่พิเศษถึง 3.5 นิ้ว ที่คุณไม่ควรพลาด เต็มประสิทธิภาพการทำงานในการรับสัญญาณดาวเทียม GPS ขนาดพกพา Magellan eXplorist XL มีคุณลักษณะในการบอกแผนที่และการเก็บข้อมูลที่ไม่จำกัดโดยการผ่านแผ่นการ์ดเก็บข้อมูล (Secure Card : SD Card) เพิ่มรายละเอียดของถนน , ลักษณะภูมิประเทศ , ทะเลสาบ ด้วยโปรแกรม Mapsend Software โดยผ่านพอร์ต USB ส่งข้อมูลความเร็วสูงและจัดการเกี่ยวกับการจัดการดาวน์โหลดกับเครื่อง eXplorist XL ได้โดยตรง
เครื่อง eXplorist XL มีแผนที่หลักภายในขนาด 8 MB และมีหน่วยความจำเพิ่มเติมขนาด 22 MB สามารถเก็บเส้นทางแบบ Track Log ได้ 5 Track Log , เก็บเส้นทางด้วยตัวคุณเองอีก 20 เส้นทาง และสามารถเก็บจุดพิกัดได้ 500 จุด ที่สำคัญคุณสามารถเก็บข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ ได้มากมายไม่จำกัดโดยใช้ SD Card
ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด (2.9นิ้ว X 6.4นิ้ว) คุณสามารถเก็บ eXplorist XL ไว้ในกระเป๋าพกได้ ทำให้การเดินทางสะดวก ไม่ติดขัด ไม่เกะกะ ด้วยเทคโนโลยี True Fix จะช่วยให้การแสดงค่าพิกัดได้ถูกต้องแม่นยำและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอิสระไม่ต้องกลัวหลงทาง
eXplorist XLให้คุณได้พบกับข้อดีมากมายของ GPS ด้วยคุณลักษณะเด่นทั้งหมด
หน้าจอแสดงผลกว้างเป็นพิเศษ 3.5 นิ้ว แบบ 16 สี เต็มรูปแบบเครื่อง eXploristXLเป็นรุ่นที่พัฒนาจาก eXplorist500 ขึ้นอีกขั้น ให้คุณได้สัมผัสกับหน้าจอแสดผลแบบ 16 สีที่ให้ความสวยงามสะดุดตาและการแบ่งแยกรายละเอียดที่ชัดเจน
สามารถเก็บข้อมูลได้ไม่จำกัดโดยใช้ SD Cardเครื่อง eXploristXLเมื่อใช้ร่วมกับ SD Card จะสามารถเก็บข้อมูลได้ไม่จำกัด โดยใช้ซอร์ฟแวร์ Mapsend ของ Magellan ในการถ่ายโอนข้อมูลแผนที่, ถนน หรือลักษณะภูมิประเทศต่างๆ โดยขึ้นกับขนาดของ SD Card ที่ใช้งาน
พอร์ตถ่ายโอนข้อมูลแบบ USB สามารถส่งผ่านข้อมูลแผนที่ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ PC กับเครื่อง eXplorist XL ด้วยการส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูงทางพอร์ต USB
การคำนวณพื้นที่ ต้องการคำนวณระยะทางระหว่างจุดสามจุดหรือมากกว่า เพื่อการวางแผนงานหรือการคำนวณพื้นที่ คุณสามารถที่จะเลือกจุดที่คุณสนใจ และเครื่องจะทำการคำนวณพื้นที่ให้โดยอัตโนมัติ
ใช้แบตเตอรี่ขนาด AA มาตรฐานจำนวน 4 ก้อน eXplorist XL ใช้แบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 4 ก้อน ทั้งแบบธรรมดา, อัลคาร์ไลน์ หรือ แบบชาร์จไฟใหม่ได้ และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 19 ชั่วโมง (ในสภาวะและเงื่อนไขที่เหมาะสม)
True Fix เทคโนโลยี ด้วยเทคโนโลยี True Fix GPS นี้มีการรับสัญญาณดาวเทียมถึง 14 ช่องแบบขนาน หาตำแหน่งที่คุณอยู่ด้วยเสาอากาศแบบ Patch ความไวสูง สนับสนุนระบบ WAAS(U.S. Wide Area Augmentation System) และ (EGNOSE)uropean Geostationary Navigation Overlay Service ที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือและในการคำนวณพิกัดผิดพลาดไม่เกินระยะ 3 เมตร
Geocache Manager สามารถดาวน์โหลดพิกัด Geocache ได้จากอินเตอร์เน็ต และนำไปใช้ผจญภัยโลกกว้างได้ทันที เครื่องทำการคำนวณพิกัดอย่างง่ายดายด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ในระบบไฟล์ของซอร์ฟแวร์เอง
หน้าจอแสดงผลขนาดกว้างและมีไฟสว่างหน้าจอด้วยหน้าจอแสดงผลที่กว้างทำให้แสดงรายละเอียดข้อมูล GPS ได้มากมายเพื่อการเดินทางที่สนุกและปลอดภัย เมื่อถึงเวลากลางคืนมีไฟสว่างหน้าจอ Backlit ส่องสว่าง ช่วยให้คุณเดินทางปลอดภัยมากขึ้นอีกขั้น
ใช้งานง่ายด้วย interface ที่สามารถเข้าใจง่าย และมีปุ่มกดขนาดใหญ่รวมทั้งปุ่มกดแบบ Joystick ทำให้กดปุ่มได้ง่าย เปิดใช้งาน GPS ได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส
ใช้งานการนำทางได้สมบูรณ์แบบหน้าจอนำทางแบบกราฟฟิกขนาดใหญ่แบบเลือกข้อมูลเองได้เพื่อแสดงตำแหน่ง และทิศทางที่มุ่งหน้า(heading) ทิศทางที่ต้องไป(bearing) ความเร็ว และ อื่นๆ อีกมากมาย มีระบบพิกัดให้เลือกได้ในตัวเครื่อง 12 แบบ รวมถึง Latitude/Longtitude, Universal Transverse Mercator(UTM) และ Military Grid Reference System(MGRS)
เก็บเส้นทาง(routes) และ track-points เก็บได้ทั้งหมด 20 เส้นทาง XL จุดพิกัด และ เก็บเป็นไฟล์ได้ถึง 5 Track Log/2,000 track-points ทำให้หาเส้นทางกลับได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
บันทึก Track เป็น Route พิเศษกว่าใครด้วยการบันทึก Track เป็น Route ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนไฟล์ track เป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางตามได้ง่าย
ภาษาในการใช้งานเครื่อง eXplorist XL ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาในการใช้งานเครื่อง เพราะมีภาษาให้เลือกใช้งานถึง 10 ภาษาหลักทั่วโลก
ไม่ต้องมีค่าบริการการใช้งานเชื่อมต่อดาวเทียม GPS เครื่อง eXploristXLสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีค่าบริการสำหรับการเชื่อมต่อใช้งานดาวเทียม GPS สามารถใช้งานได้ทุกที่และทุกเวลาที่ต้องการ
ฐานข้อมูลแผนที่ภายในเครื่อง อัดแน่นด้วยฐานข้อมูลแผนที่ตำแหน่งเมืองต่างๆของแถบอเมริกาเหนือ หรือแถบยุโรป ขนาด 8 MB ช่วยให้คุณมีรายละเอียดของถนน, สวนสาธารณะ, ทางหลวง, สนามบิน หรือจุดสำคัญอื่นๆได้ง่ายดายขึ้น
มีโครงสร้างที่ทนทาน ,กันน้ำและกันสะเทือนตัวเครื่องทำด้วยพลาสติกที่มีความแข็งแรงทนทาน มีขอบยางหุ้มรอบตัวเครื่อง ช่วยป้องกันการกระแทก สามารถกันน้ำและลอยน้ำได้ด้วยมาตรฐาน IPX-7
การรับประกันรับประกันเครื่อง 1 ปี
Specifications
คุณลักษณะการทำงาน
อัตราการคำนวณพิกัด : ทุก 1 วินาที
เวลาในการคำนวณพิกัดครั้งแรก (ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม) : Cold – ไม่เกิน 2 นาที Warm – ไม่เกิน 1 นาที
ความเร็วสูงสุด : 1530.5 กิโลเมตร / ชม. หรือ 951 ไมล์ / ชม.
คุณลักษณะทางกายภาพ
ขนาด : กว้าง 7.37 ซม.(2.9นิ้ว) X สูง 16.26ซม.(6.4นิ้ว) X หนา 3.38 ซม.(1.33นิ้ว)
น้ำหนัก : 347.28 กรัม (12.25ออนซ์) รวมแบตเตอรี่
ขนาดหน้าจอ : 7.1ซม.(2.8นิ้ว) X 5.33ซม.(2.8นิ้ว)
ชนิดของหน้าจอ : แบบ 16 color Transflective (320X240 pixel)
เสาอากาศ : ภายในตัวแบบ Patch
เข็มทิศอิเล็คทรอนิกส์ : ไม่มี
บารอมิเตอร์ : ไม่มี
แสงส่องสว่างหน้าจอ (Backlit Display) : มี (แบบ 2 ระดับ)
โครงสร้างของตัวเครื่อง : ทนทานด้วยยางที่หุ้มตัวเครื่อง พลาสติกกันกระแทก
คุณลักษณะทางไฟฟ้า
แบตเตอรี่ : ขนาด AA จำนวน 4 ก้อน มาตรฐาน
เวลาในการใช้งาน : นาน 12-19ชั่วโมง
เครื่องรับ : ช่องรับสัญญาณ 14 ช่องขนาน, WAAS และ EGNOS enabled
หน่วยความจำ Backup : สำรองข้อมูลได้ตลอดไป โดยใช้ non-volatile flash memory ที่ไม่สูญหาย
ขนาดของหน่วยความจำ : 8 MB สำหรับฐานข้อมูลแผนที่ และ 22 MB สำหรับโหลดข้อมูลเพิ่มเติม
ความสามารถในการ Upload ข้อมูล : ไม่จำกัด (ขึ้นกับขนาดของ SD Card ที่ใช้งาน)
ความถูกต้องของพิกัด
ความถูกต้องทางราบ : เมื่อรับ WAAS-EGNOS <3>

ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ



ความมหัศจรรย์ของปรากฏการณ์คลั่งไคล้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode โดยค่าย NTT DoCoMo นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา เป็นการพิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นถึงต้นแบบแห่งการพัฒนาธุรกิจ Mobile Data Business ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกพยายามนำแบบฉบับแห่งความสำหรับที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนี้ไปประยุกต์ใช้ในประเทศของตนเอง อันมีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และทั้งที่เรียนรู้ในท้ายที่สุดว่า เงื่อนไขของธุรกิจสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นแบบฉบับเฉพาะตัว ยากที่จะลอกเลียนแบบไปใช้ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อนับจนถึงปัจจุบัน กับภาพแห่งความเปลี่ยนแปลงของการให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีการก้าวเดินจากยุค 2.5G ไปสู่ยุค 3G อย่างค่อนข้างเต็มตัว การแข่งขันแย่งชิงผู้ใช้บริการก็ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ของผู้นำทางการตลาด ชื่อของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง KDDI เริ่มโดดเด่นขึ้น ในฐานะของผู้ให้บริการที่ฐานลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G มาตรฐาน CDMA2000 สูงกว่าคู่แข่งค่ายอื่น ๆ ซึ่งรวมไปถึงมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ W-CDMA (Wideband Code Division Multiple Access) ภายใต้ชื่อเครื่องหมายการค้า FOMA (Freedom of Mobile Access) จากค่าย NTT DoCoMo
บทความเรื่องนี้จะนำเสนอภาพแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันของการให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยจะหยิบยกบริการ EZ ของค่าย KDDI มาเป็นกรณีศึกษา เพื่อชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการและรูปแบบในการให้บริการในภาพรวมสำหรับเครือข่าย CDMA2000-1X

สถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจสื่อสารข้อมูลไร้สาย
ความแตกต่างของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเปรียบเทียบกับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน ที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็คือ ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นของตนเอง การเริ่มต้นเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในญี่ปุ่นตั้งแต่ยุค 1G หรือ 2G ล้วนแล้วแต่ใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้งานภายในประเทศโดยเฉพาะ แม้กระทั่งความโด่งดังของโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode ก็อยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี PDC (Packet Digital Cellular) ซึ่งมีใช้งานอยู่ในญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกได้ตระหนักถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ได้รับรู้ว่านอกเหนือจากมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่สัญชาติญี่ปุ่นแล้ว โทรศัพท์เคลื่อนที่มาตรฐานสากลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น CDMA (Code Division Multiple Access) ก็เป็นเครือข่ายอีกประเภทหนึ่งที่เริ่มมีการเติบโตขึ้น แม้จะไม่โดดเด่นเท่ากับ I-mode ก็ตาม
อัตราการเติบโตของยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศญี่ปุ่น
เมื่อ NTT DoCoMo ในฐานะของผู้ถือครองฐานลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นประกาศว่าจะเริ่มเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G อันเป็นการให้บริการสื่อสารข้อมูลแบบมัลติมีเดีย คือครอบคลุมทั้งสัญญาณภาพ เสียง และสัญญาณวิดีโอ ด้วยการนำเทคโนโลยี W-CDMA (Wideband CDMA) ซึ่งเป็นมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ตามข้อกำหนด UMTS (Universal Mobile Telecommunication Services) มาใช้งานตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับการติดตามผลความคืบหน้าของเครือข่าย W-CDMA จนเมื่อเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปี ทั้ง NTT DoCoMo และผู้ให้บริการทั่วโลกก็พบกับความล้มเหลวในการให้บริการ 3G เนื่องจากการขาดความพร้อมของเครื่องลูกข่าย ทั้งในแง่ของความหลากหลายของจำนวนรุ่น และการที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ W-CDMA รุ่นแรก ๆ ไม่สามารถรองรับการใช้บริการข้ามเครือข่ายไปสู่เครือข่ายอื่น ๆ ได้ หรืออาจกล่าวว่ามิได้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Dual-Mode อย่างแท้จริง ทำให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ W-CDMA ของ NTT DoCoMo ในระยะแรก ๆ ไม่สามารถใช้บริการใด ๆ จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้หากออกนอกพื้นที่ให้บริการซึ่งมีการติดตั้งสถานีฐานอยู่เพียงจำนวนจำกัด
ในเวลาเดียวกันนี้เอง ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับรองลงมา คือค่าย KDDI ซึ่งมีเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA เป็นของตนเอง ได้เร่งพัฒนาเครือข่ายที่มีอยู่ให้กลายเป็นมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G แบบ CDMA2000-1x อันเป็นมาตรฐานชนิดเดียวกันกับเครือข่าย HUTCH ที่เปิดให้บริการในประเทศไทย พร้อมทั้งนำเสนอบริการสื่อสารข้อมูลอันหลากหลาย และเนื่องจากความเป็นมาตรฐานสากลของเทคโนโลยีเครือข่าย CDMA2000-1X จึงทำให้มีจำนวนเครื่องลูกข่ายที่รองรับบริการมากมายหลายรุ่น ซึ่งล้วนสามารถทำงานได้ทั้งกับเครือข่าย CDMA2000-1X และเครือข่าย CDMA มาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ของค่าย KDDI ไม่ประสบกับปัญหาขาดการติดต่อดังที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายของบริษัท NTT DoCoMo
นับถึงปัจจุบัน ส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศญี่ปุ่น แยกตามประเภทของระบบเครือข่ายจึงสามารถแสดงได้ในรูปที่ 1 ผู้อ่านจะเห็นว่าแม้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการเพิ่มจำนวนของเลขหมายก็เริ่มลดลง ในขณะที่เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ตระกูล CDMA/CDMA2000-1X ซึ่งเป็นของค่าย KDDI เริ่มมีจำนวนฐานผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น คาดกันว่าภายในสิ้นปี พ.ศ. 2546 KDDI น่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนรวมทั้งสิ้นประมาณ 12 ล้านเลขหมาย
การเติบโตของโทรศัพท์เคลื่อนที่มัลติมีเดียในญี่ปุ่น เปรียบเทียบระหว่าง I-mode, EZweb และ J-Sky
ในแง่ของการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการบริโภคสื่อข้อมูล (Content) แบบมัลติมีเดีย ผ่านการให้บริการของผู้ประกอบการรายต่าง ๆ ดังแสดงในรูปที่ 2 จะเห็นว่าแหล่งบริการสื่อข้อมูลของค่าย I-mode ยังคงมาเป็นอันดับที่หนึ่ง รองลงมาก็คือค่าย EZweb และ J-Sky ซึ่งมีส่วนแบ่งทางตลาดใกล้เคียงกัน ทั้งนี้การให้บริการสื่อข้อมูลกับการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของค่ายต่าง ๆ นั้นเป็นธุรกิจที่แยกจากกัน กล่าวคือ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของค่ายหนึ่ง เช่น I-mode สามารถที่จะเข้าชมหรือบริโภคสื่อข้อมูลของค่ายอื่น ๆ เช่น J-Sky ได้โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับบริการ EZweb นั้นเป็นการร่วมมือกันระหว่าง au ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากค่าย KDDI ร่วมกับ TuKa ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสารข้อมูลและอินเทอร์เน็ตรายสำคัญของประเทศญี่ปุ่น
เมื่อพิจารณาเฉพาะส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ในประเทศญี่ปุ่น ก็จะพบว่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มาตรฐาน CDMA2000-1X ของค่าย KDDI มีการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการสูงกว่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มาตรฐาน W-CDMA ของค่าย NTT DoCoMo มาก โดยข้อมูลเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2545 พบว่าฐานลูกค้าของมาตรฐาน CDMA2000-1X มีสูงกว่าของมาตรฐาน W-CDMA ถึงกว่า 40 เท่า สาเหตุสำคัญก็เนื่องจากความพร้อมของมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X ที่สามารถพัฒนาขึ้นมาจากเครือข่าย CDMA โดยใช้ต้นทุนไม่มากนัก และความพร้อมของเครื่องลูกข่ายในค่าย CDMA เอง ซึ่งแตกต่างจากในกรณีของเครือข่าย W-CDMA ที่ค่าย NTT DoCoMo ต้องมีการลงทุนสร้างเครือข่ายขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่สามารถร่วมใช้อุปกรณ์ภายในเครือข่าย I-mode ได้ อีกทั้งความพร้อมของเครื่องลูกข่าย Dual-mode ระหว่างมาตรฐาน W-CDMA กับ I-mode ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากเป็นมาตรฐานเฉพาะ ทำให้มีผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่น้อยรายให้ความสนใจทำการผลิต
เปรียบเทียบฐานผู้ใช้บริการของโทรศัพท์เคลื่อนที่มาตรฐาน 3Gระหว่าง CDMA2000-1X ของค่าย KDDI และ W-CDMA ของค่าย I-mode
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มิได้แสดงนัยสำคัญว่า มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ตระกูล W-CDMA มีความด้อยกว่ามาตรฐาน CDMA2000-1X แต่ประการใด เพียงแต่พื้นฐานของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งค่าย KDDI วางไว้ทำให้เกิดความได้เปรียบกว่าค่าย NTT DoCoMo ซึ่งหาก KDDI มิได้ถือครองเครือข่าย CDMA มาตั้งแต่แรก ก็ไม่น่าจะมีความแตกต่างกันมากนัก ดังนั้นการเปรียบเทียบความโดดเด่นในการให้บริการระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ W-CDMA กับผู้ให้บริการในระบบ CDMA2000-1X ในประเทศอื่น ๆ จึงต้องอาศัยข้อมูลอื่น ๆ ประกอบจึงจะทราบถึงความได้เปรียบและเสียเปรียบระหว่างกัน
กุญแจสู่ความเป็นผู้นำตลาด 3G ของ KDDI
อันที่จริงแล้ว แนวทางในการสร้างความสำเร็จให้กับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ au ของค่าย KDDI ก็มิได้มีความแตกต่างจากสูตรสำเร็จของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode แต่ประการใด นั่นคือ ให้ความสำคัญกับการประสานความลงตัวในเรื่องของส่วนแบ่งทางธุรกิจระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งก็คือ KDDI กับบรรดาพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งร่วมผนึกกำลังกันให้บริการสื่อข้อมูลต่าง ๆ ในกรณีของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ au นี้ ต้องถือว่ามีการสร้างความร่วมมือที่ลงตัวกับ EZweb ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อข้อมูล (Content Provider) รายสำคัญ โดยมีเทคโนโลยี WAP (Wireless Application Protocol) ร่วมกับเทคโนโลยีอีเมลเป็นพื้นฐานในการต่อยอดเพื่อให้บริการที่น่าสนใจอื่น ๆ ในส่วนของการให้บริการนั้น EZweb มีการติดตั้งอุปกรณ์ WAP 2.0 Platform เพื่อให้บริการท่องเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X และอุปกรณ์ EZweb@mail เพื่อให้บริการรับส่งข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ซึ่งได้แก่ การรับส่งข้อความ (Short Message Service : SMS), ข้อความแบบพิเศษ (Enhance Messaging Service : EMS) และการรับส่งข้อมูลแบบมัลติมีเดีย (Multimedia Messaging Service : MMS) รวมถึงการจัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เซอร์ฟเวอร์ เพื่อรองรับการรับส่งอีเมลโดยผ่านโปรโตคอลแบบ IMAP4 รายละเอียดโครงสร้างในการเตรียมการเพื่อให้บริการสื่อข้อมูลของ EZweb ดังรูป
แนวทางการกำหนดกลุ่มบริการของค่าย KDDI ภายใต้เครื่องหมายการค้า EZ
นอกเหนือจากการให้บริการพื้นฐานผ่านทางระบบ EZweb และ EZweb@mail แล้ว ค่าย EZweb ยังมีการต่อยอดสร้างบริการเสริมที่สำคัญขึ้น เพื่อสร้างบริการที่น่าสนใจต่อผู้ใช้บริการทั่วไปผ่านทางการเชื่อมต่อของเทคโนโลยี WAP โดยสามารถแบ่งประเภทการให้บริการออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดัวยกัน คือ
บริการในกลุ่ม eznavigation เป็นการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการบอกตำแหน่งที่อยู่ของเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรรายย่อยอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น การบอกตำแหน่งที่อยู่ที่เน้นความเที่ยงตรงโดยใช้เทคโนโลยี Location Based Services (LBS) ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท gpsOne หรือการเตรียมสื่อข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ โดยร่วมมือกับกลุ่ม ezplus
บริการในกลุ่ม ezplus เน้นการให้บริการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการโปรแกรม หรือการพัฒนาแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก หรือสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ใช้บริการ ตัวอย่างของบริการในกลุ่มนี้ ก็ได้แก่ การพัฒนาแอปพลิเคชั่นแบบ Java และการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นหรือข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ ผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์เซอร์ฟเวอร์ภายในเครือข่าย
บริการในกลุ่ม ezmovie เป็นการให้บริการภาพเคลื่อนไหวในลักษณะของภาพยนตร์ดิจิตอลประเภท Video Clip โดยใช้เทคโนโลยีมาตรฐานเช่น MPEG-4 หรือ MP3 กำหนดความละเอียดของการแสดงผลไว้ที่ 128x96 และ 176x144 จุดต่อภาพหนึ่งเฟรม รับส่งด้วยความถี่ 15 เฟรมต่อวินาที
ในความเป็นจริงแล้ว การสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ กับผู้ให้บริการสื่อข้อมูล เพื่อร่วมกันสร้างกลุ่มบริการสื่อสารหลากหลายประเภทผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเต็มรูปแบบ เช่นที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัท KDDI และ EZweb นั้นก็เป็นสิ่งเดียวกับที่บริษัท NTT DoCoMo ได้กระทำจนเกิดเป็นความสำเร็จในการให้บริการเชิงพาณิชย์กับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ I-mode มาแล้ว ต่างกันเพียงที่มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X นั้นมีความพร้อมในการให้บริการสื่อสารข้อมูล ด้วยอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงกว่ามาตรฐาน I-mode มาก จึงทำให้ KDDI และ EZweb สามารถสร้างบริการสื่อสารข้อมูลที่มีลักษณะเป็นแบบมัลติมีเดียได้ ดังเช่นในกลุ่ม ezmovie ได้โดยมีประสิทธิภาพในการให้บริการที่เหนือกว่ามาตรฐาน I-mode
บริการมัลติมีเดียที่น่าสนใจของ KDDI
ผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่างบริการสื่อสารข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ที่บริษัท KDDI และ EZweb ได้กำหนดสร้างขึ้นสำหรับให้บริการบนเครือข่าย au โดยเมื่อนำเสนอออกสู่สาธารณชนแล้วปรากฏว่าได้รับความนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างบริการเหล่านี้ได้แก่ Movie-mail, Photo-mail, GPS Mail, Vocal Ring และแอปพลิเคชั่นประเภท LBS
- บริการ Movie-mailผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X ของเครือข่าย au สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่สามารถรับส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ทำการถ่ายเคลื่อนที่ไหวจากกล้องดิจิตอลภายในตัวกล้อง เพื่อเก็บเป็นไฟล์ข้อมูลในตัวเครื่อง และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวในลักษณะภาพยนตร์นั้นไปให้กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นด้วยการใช้เทคโนโลยี Video Streaming โดยอัตราเร็วในการเล่นกลับ (Playback) ภาพยนตร์อยู่ที่ 7.5 เฟรมต่อวินาที ภายใต้ความละเอียดในการแสดงผล 98x80 จุดต่อเฟรม
บริการ Movie-mail รับส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหว
ในระยะแรกของการเปิดให้บริการ เครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X ของค่าย KDDI สามารถบันทึกภาพยนตร์ได้นานเพียง 15 วินาที ซึ่งภายใต้การให้บริการ Movie-mail นี้ ผู้ใช้บริการยังสามารถกำหนดลูกเล่นเสริมพิเศษต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เช่น การรับภาพยนตร์ที่ส่งมาจากผู้ใช้บริการรายอื่น พร้อมกับบันทึกภาพยนตร์ดังกล่าวเก็บไว้ในตัวเครื่อง, การสร้างตัวอักษรวางซ้อนทับบนภาพยนตร์, การแลกเปลี่ยนไฟล์ข้อมูลภาพยนตร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ฯลฯ ตัวอย่างการให้บริการแสดงในรูปที่ 5
- บริการ Photo-mail
เป็นการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X รุ่นที่มีกล้องถ่ายภาพดิจิตอลติดตั้งอยู่ ถ่ายภาพวัตถุสิ่งของหรือบุคคล แล้วทำการส่งในรูปแบบของจดหมายอิเล็คทรอนิคส์ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังผู้รับปลายทาง โดยไฟล์รูปภาพที่ถูกถ่ายมาแล้วจะต้องอยู่ในมาตรฐาน PNG, JPEG หรือ GIF เท่านั้น และผู้ส่งไฟล์รูปภาพเหล่านี้อาจกำหนดแอดเดรสของผู้รับเป็นเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเป็นอีเมลแอดเดรสในกรณีของการรับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บริการนี้ไม่มีความแตกต่างจากการเปิดให้บริการ MMS (Multimedia Messaging Service) ในกรณีของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ GSM ในประเทศอื่น ๆ แต่อย่างใด สิ่งที่บริการ Photo-mail ของ KDDI มีความเหนือกว่าบริการ MMS ในปัจจุบันก็คือ ความสามารถในการระบุตำแหน่งที่อยู่ของผู้ส่งรูปภาพ ซึ่งผู้รับเมลสามารถร้องขอใช้บริการ eznavigation เพื่อตรวจสอบได้ในทันทีว่าผู้ที่ส่งรูปภาพต่าง ๆ มาให้นั้น กำลังใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ ณ ตำแหน่งใด โดยมีการแสดงผลในรูปของพิกัดแผนที่ที่มีความละเอียดชัดเจน
บริการ Photo-mail จะเหมือนกับบริการ MMS ในระบบ GSM
- บริการ GPS Mail
บริการเสริมพิเศษที่ดึงความสามารถของการบอกตำแหน่งเครื่องลูกข่าย ผ่านทางระบบบอกพิกัดทางดาวเทียม (Global Positioning Service หรือ GPS) ซึ่งเครื่องลูกข่ายที่สามารถใช้บริการดังกล่าวได้ ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS จากดาวเทียมไว้ภายใน โดยผู้ส่งข้อมูลสามารถส่งจดหมายอิเล็คทรอนิคส์ ระบุตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของตนเองไปให้กับผู้รับข้อมูล ซึ่งการระบุตำแหน่งที่อยู่นั้นจะแสดงในรูปของพิกัดแผนที่ โดยผู้ส่งสามารถพิมพ์ระบุข้อความเพิ่มเติมต่าง ๆ ได้ตามต้องการ รูปแบบตัวอย่างการให้บริการ GPS Mail
บริการ GPS Mail บริการบอกตำแหน่งเครื่องลูกข่าย ผ่านทางระบบบอกพิกัดทางดาวเทียม
- บริการ Vocal Ring
ถือเป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมใช้งานสูงสุด เปรียบเทียบได้คล้ายกันกับบริการดาวน์โหลดเพลง (Ringtone) ที่ได้รับความสนใจแพร่หลายในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ GSM ในปัจจุบัน โดยผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X ของค่าย KDDI สามารถเลือกดาวน์โหลดเพลงที่ตนชื่นชอบได้ผ่านทางเว็บไซด์ “Level-Mobile” ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของ KDDI และ EZweb โดยเพลงที่มีการให้บริการบนเว็บไซด์นี้ถูกจัดเก็บในรูปแบบของข้อมูลอิเล็คทรอนิคส์ และมีการเข้ารหัสข้อมูลโดยให้คุณภาพในการรับฟังเทียบเท่ากับการรับฟังจากเครื่องเล่น Compact Disc (CD) ซึ่งประกอบด้วยทั้งเสียงร้องของนักร้องและเครื่องดนตรีครบทุกชิ้น มิใช่การสังเคราะห์เสียง (Music Synthesis) ขึ้นใหม่สำหรับใช้เป็นเสียงเพลง Ringtone ดังที่นิยมให้บริการกันในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น ๆ ผู้ใช้บริการมีทางเลือกในการจัดการกับเพลงที่ได้ดาวน์โหลดไป 2 ประการ คือ ดาวน์โหลดและบันทึกเก็บไว้ในเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน เพื่อใช้เปิดฟังในภาพหลัง หรืออาจกำหนดให้เป็นเสียงเรียกเข้า (Ringtone) ซึ่งเครื่องลูกข่ายจะเริ่มเล่นเพลงนั้น ๆ ทันทีที่มีเสียงเรียกเข้า โดยคุณภาพในการรับฟังเสียงเพลงนั้นยังคงเทียบเท่ากับการรับฟังจากต้นฉบับด้วยแผ่น CD ตัวอย่างการให้บริการแสดงในรูปที่ 8
บริการ Vocal Ring บริการเสียงเรียกเข้าแบบเต็มๆ ที่ไม่ใช่แค่เสียงดนตรี
- แอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการระบุตำแหน่งผู้ใช้บริการ
เทคโนโลยี LBS ถือเป็นบริการพื้นฐานสำคัญที่มีอยู่ควบคู่กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X ของค่าย KDDI ดังผู้อ่านจะเห็นได้ว่าบริการต่าง ๆ ที่ผู้เขียนได้หยิบยกขึ้นมากล่าวถึงนั้น โดยส่วนใหญ่ล้วนดึงความสามารถในการระบุตำแหน่งของผู้ใช้บริการมาสร้างประโยชน์เสริมด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งค่าย KDDI นั้นยังเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชั่น หรือบริการเสริมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการระบุตำแหน่งโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น ความละเอียดและแม่นยำในการระบุตำแหน่งของโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ KDDI นั้นนับว่ามีความน่าเชื่อถือสูงมาก เนื่องจากใช้เทคโนโลยี GPS ในการระบุพิกัด ต่างจากเทคโนโลยี LBS โดยมาตรฐานทั่วไปที่มีการนำมาใช้งานในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยส่วนใหญ่ทั่วโลก ซึ่งเน้นการบอกตำแหน่งโดยใช้การสะท้อนสัญญาณระหว่างสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Base Station) กับเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อันมีความคลาดเคลื่อนในการแสดงผลในระดับที่สูงมากกว่าการใช้เทคโนโลยี GPS
KDDI มีการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เซอร์ฟเวอร์ในการถอดรหัสตำแหน่งที่อยู่ที่เครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อ่านได้จากระบบดาวเทียม GPS โดยเครื่องลูกข่ายจะทำการส่งรหัสตำแหน่งดังกล่าวไปยังเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X เพื่อทำการถอดรหัสตำแหน่งที่อยู่ให้เป็นพิกัดทางภูมิศาสตร์ เช่น ละติจูดและลองติจูด พร้อมกับเตรียมแสดงตำแหน่งที่อยู่ในรูปแบบกราฟฟิคด้วยการระบุตำแหน่งบนแผนที่ดิจิตอลสำหรับใช้แสดงผลบนหน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ร้องขอ โดยใช้ความสามารถของอุปกรณ์ “KDDI-prepared GPS Map Platform” นอกจากนี้ยังมีการนำตำแหน่งพิกัดที่อยู่ทางภูมิศาสตร์นั้นไปเปรียบเทียบเพื่อสร้างฐานข้อมูลแสดงสถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้ ซึ่งอาจจะกำหนดให้เป็น ร้านอาหาร, ศูนย์การค้า, สถานีรถไฟ, โรงภาพยนตร์, สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ แล้วแต่ว่าจะต้องการพัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาเพื่อรองรับบริการแบบใด กลไกในการเปรียบเทียบตำแหน่งนั้นกระทำโดยอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า “Position Determination Server” ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในเครือข่าย au เช่นเดียวกัน
แอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการระบุตำแหน่งของผู้ใช้บริการ
ลูกค้าในลักษณะของกลุ่มองค์กร (Corporate Customer) หรือบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ (Software House) สามารถทำสัญญากับบริษัท KDDI เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของตนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลแสดงพิกัดตำแหน่งผู้ใช้บริการ และดึงข้อมูลพิกัดของเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ตนใช้งานอยู่ เพื่อนำไปใช้พัฒนาแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้ตามความต้องการ โดย KDDI มีมาตรฐานในการจำกัดและควบคุมสิทธิ์ในการดึงข้อมูลเกี่ยวกับเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าในกลุ่มเหล่านี้เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ CDMA2000-1X รายอื่น ๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้หรือใช้บริการที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเหล่านี้

Monday, December 11, 2006

สรุป GPS

กำหนดร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) รายการเครื่องหาค่าพิกัด ด้วยสัญญาณดาวเทียม (GPS) ชนิดมือถือ จำนวน 40 เครื่อง

1. ลักษณะทั่วไป
เป็นเครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ชนิดมือถือพร้อมอุปกรณ์ สำหรับใช้
ในการสำรวจรังวัดโดยมีโปรแกรมสำหรับการวางแผนการรังวัด การคำนวณปรับแก้ Differential GPS
ตลอดจนการคำนวณแปลงค่าพิกัดไปยังระบบพิกัดที่ต้องการได้

2. ส่วนประกอบ
2.1 เครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ชนิดมือถือพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 40 เครื่อง
2.2 โปรแกรมประมวลผลข้อมูลสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS สำหรับการทำแผนที่ จำนวน 20 ชุด

3. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
3.1 เครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ชนิดมือถือพร้อมอุปกรณ์
3.1.1 มีช่องรับสัญญาณไม่น้อยกว่า 12 ช่องสัญญาณ
3.1.2 มีเสาอากาศภายนอกรับสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS และมีเทคโนโลยีที่สามารถกันคลื่นสะท้อน
(Multipath)
3.1.3 สามารถรับข้อมูลปรับแก้ DGPS ในรูปแบบของ RTCM ได้
3.1.4 สามารถเพิ่ม Feature และ Attribute ใน Data Dictionary หรือ Code List ได้ขณะกำลัง
รับสัญญาณ
3.1.5 สามารถนำเข้าฉากหลัง (Background) ในรูปแบบ Vector ได้
3.1.6 สามารถกำหนดรูปแบบการเก็บข้อมูล (Configuration) ล่วงหน้าได้หลายรูปแบบ
3.1.7 ในการทำงาน Differential Codeแบบ DGPS มีค่าความคลาดเคลื่อนทางราบไม่เกิน 1 เมตร
3.1.8 ในการทำงาน Differential แบบ Carrier Postprocessed มีค่าความคลาดเคลื่อนทางราบ
ไม่เกิน + (10 mm + 5 ppm) ของระยะทาง
3.1.9 มีหน้าจอแสดงผลแบบ LCD แสดงสถานภาพของการรับสัญญาณดาวเทียม และค่าพิกัด
ทั้งระบบพิกัดภูมิศาสตร์และระบบพิกัดUTM
- แสดงค่าพิกัดของจุด (Point)
- แสดงผลการรังวัดแบบเส้น (Line)
- แสดงผลการรังวัดแบบพื้นที่ (Area or Polygon)
3.1.10 มีฟังก์ชันสำหรับใช้ในการรังวัดจุดที่ไม่สามารถเข้ารับสัญญาณดาวเทียมได้โดยตรง
3.1.11 สามารถกำหนดตำแหน่งที่ต้องการค้นหาได้โดยการป้อนค่าพิกัด
3.1.12 ชุดเครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม GPS ต้องมีหน่วยความจำ ขนาดไม่น้อยกว่า
128 MB
TOR เครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (GPS) ชนิดมือถือ จำนวน 40 เครื่อง หน้า 1/3 รับรองตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 1/2549 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549-/3.1.13….


ประธานกรรมการ กรรมการ
(นายวันชัย นันทสุรศักดิ์) (นายนิรุทธิ์ น้อยศิริ) และเลขานุการ
2

3.1.13 ชุดเครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม GPS สามารถป้อนข้อมูลตัวอักษรและตัวเลขได้
3.1.14 มีแบตเตอรี่ ชนิด Lithium พร้อมเครื่องประจุไฟแบตเตอรี่ (Battery Charger) จำนวน 1 ชุด
พร้อมแบตเตอรี่สำรอง จำนวน 1 ชุด
3.1.15 มีขาตั้งกล้องแบบสามขาแบบปรับเลื่อนได้ และฐานตั้ง (Tribrach) แบบสามเส้ามีระดับน้ำ
และกล้องส่องหัวหมุด (Optical Plummet) จำนวน 1 ชุด
3.1.16 มี Bi-pod พร้อมโพล (Pole) และหลอดระดับฟองกลม จำนวน 1 ชุด
3.1.17 มีกล่องบรรจุเครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม GPS สำหรับการเดินทาง จำนวน 1 กล่อง
3.1.18 มีหนังสือคู่มือการใช้งานภาษาอังกฤษและภาษาไทย อย่างละ 1 ชุด

3.2 โปรแกรมประมวลผลข้อมูลสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS สำหรับการทำแผนที่
3.2.1 สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ MS-Windows 2000 ขึ้นไป
3.2.2 สามารถแสดงรูปแผนที่และเมนูคำสั่งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้
3.2.3 สามารถทำนายและแสดงผลเวลาขึ้น-ลง สถานะและตำแหน่งของดาวเทียมล่วงหน้า
เพื่อการวางแผนปฏิบัติงานรังวัดได้
3.2.4 สามารถประมวลผลเส้นฐานข้อมูลคลื่น L1 แบบ Code และ Carrier ที่ได้จากเครื่องหาค่าพิกัด
ด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ในแบบ Differential Postprocessed ได้
3.2.5 สามารถรับแฟ้มข้อมูล Rinex ได้โดยตรงเพื่อใช้เป็นแฟ้มข้อมูลอ้างอิงสำหรับการคำนวณ
Differential Postprocessed
3.2.6 สามารถแปลงข้อมูลเป็นแฟ้มข้อมูล Rinex ได้
3.2.7 สามารถนำเข้าฉากหลัง (Background) ในรูปแบบ DXF, TIFF ได้
3.2.8 สามารถส่งออกและนำเข้าข้อมูลในรูปแบบ DXF ได้
3.2.9 มีฟังก์ชันสำหรับช่วยในการแก้ไข Feature
3.2.10 มีหนังสือคู่มือการใช้โปรแกรมภาษาอังกฤษและภาษาไทย อย่างละ 1 ชุด พร้อมแผ่น CD

4. เงื่อนไข
4.1 ผู้เสนอราคาต้องเสนอชุดเครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ที่เป็นของใหม่และ
ไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน
4.2 เครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS และโปรแกรมประมวลผลข้อมูลสัญญาณดาวเทียม
ระบบ GPS สำหรับการทำแผนที่จะต้องเป็นยี่ห้อและมาตรฐานเดียวกันจากโรงงานผู้ผลิต
4.3 ผู้เสนอราคาต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายมีหนังสือรับรองยืนยันการเป็นผู้แทนจำหน่ายจากผู้ผลิตโดยตรง
หรือผู้แทนจำหน่ายในประเทศ
4.4 ผู้เสนอราคาต้องให้การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งาน จำนวนไม่น้อยกว่า 40 คน จนสามารถใช้งานได้
อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
-/4.5…
TOR เครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (GPS) ชนิดมือถือ จำนวน 40 เครื่อง หน้า 2/3 รับรองตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 1/2549 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549

ประธานกรรมการ กรรมการ
(นายวันชัย นันทสุรศักดิ์) (นายนิรุทธิ์ น้อยศิริ) และเลขานุการ
3

4.5 ผู้เสนอราคาต้องรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบำรุงรักษาตามระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 3 ปี
หากเกิดการชำรุดขัดข้องในระยะเวลาดังกล่าว จะต้องแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดังเดิม
ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันได้รับแจ้ง ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ตามกำหนด จะต้องนำเครื่องมา
ให้ใช้ทดแทน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว ทางราชการ
จะปรับเป็นรายวัน วันละ 1% ของราคาสินค้าตามสัญญาแต่ละชุด และมีศูนย์ซ่อมบำรุงใน
ประเทศไทย
4.6 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
4.7 ผู้เสนอราคาทุกรายจะต้องนำชุดเครื่องหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ที่เสนอราคา
มาทำการทดสอบตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ และแบบการทดสอบที่กรมที่ดินกำหนด
4.8 กรมที่ดินขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณาผู้เสนอราคาที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและเสนอชุดเครื่องหา
ค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียมระบบ GPS ที่ไม่ตรงตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ

-----------------------------

ความน่าสนใจของเทคโนโลยี




ประโยชน์ส่วนหนึ่งของการใช้งาน GPS

หลักๆ ก็คือสำหรับการค้นหาตำแหน่งที่เราอยู่หรือสิ่งที่เราต้องการตรวจสอบ เราสามารถหาประยุกต์ใช้งานได้แล้วแต่การนำไปใช้ ปัจจุบันที่เรานำไปใช้งานและมีประโยชน์มากๆ ก็คือ เช่นการตรวจสอบรถบรรทุกส่งของ ที่มีการขับไปตามเส้นทางไกล เพื่อให้ทราบว่ารถคันนี้มีปัญหา หรือสูญหายหรือไม่ หรืออาจนำไปใช้งานตอนเข้าไปสำรวจในป่า เพื่อป้องกันการหลงทาง เป็นต้น เราสามารถสรุปการประยุกต์การนำ GPS ไปใช้ ได้ดังนี้..
ระบบนำร่อง (Navigator System)
ระบบติดตามยานพาหนะ
สำรวจพื้นที่
การทำแผ่นที่

ส่วนประกอบGPS

ส่วนประกอบของ GPS แบ่งได้ 3 ส่วน ดังนี้

1. ดาวเทียม (สำหรับส่งข้อมูลของตำแหน่งลงจากอวกาศ)


2. สถานีควบคุมดาวเทียม





3. เครื่องรับสัญญา